[fic naruto] Itasasu : waiting for Santa

posted on 12 Mar 2013 22:53 by pla-otaku

     Fic : Naruto

  [ItaSasu]   Waiting for Santa

PG 13 (ไม่เคยเรทไปมากกว่านี้หรอก...= =;)

+++++++

 

          

หิมะโปรยลงมาจากท้องฟ้า ปกคลุมให้พื้นถนนกลายเป็นสีขาว

                อากาศเย็นจนทำให้ลมหายใจกลายเป็นไอควันเบาจาง เพราะไม่ได้ใส่ถุงมือ จึงสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบตอนที่แตะประตูให้เปิดออก

                                                                                                                                                                                                          

                “กลับมาแล้วครับ”

 

                ในบ้านอุ่นกว่าด้านนอก แต่ถึงอย่างนั้นบางแห่งในหัวใจยังไม่รู้สึกหายหนาวเลยสักนิด

                ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาดัง “ตึ่ก ตึ่ก ตึ่ก” เพราะเป็นพื้นไม้จึงได้ยินเสียงชัดเจน

                ทันใดนั้น ร่างเล็กๆพลันโผล่พรวดเข้ามาโถมตัวกอดเขาแน่น ไม่เปิดช่องว่างให้ตั้งหลักเลยแม้แต่น้อย

 

                “พี่ฮะ ยินดีต้อนรับกลับ~!”

 

                น้ำเสียงร่าเริงนั้นดีใจจนสัมผัสได้ เด็กชายเงยหน้ามามองด้วยดวงตาที่เป็นประกายสดใสฉายแววซุกซน

                ไออุ่นจากวงแขนเล็กๆที่รัดแน่นช่วยกลบความหนาวเย็นจากชั้นบรรยากาศ บางทีมันอาจช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าที่ไหนสักแห่งภายในร่างกาย เพราะจู่ๆในอกมันก็อุ่นขึ้นมาดื้อๆ

 

                  อิทาจิยิ้มน้อยๆตามนิสัย หากแต่แววตาก็อ่อนโยนลง

                  เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน พร้อมกับวางมือลงบนศีรษะเด็กชาย

                  ได้กลิ่นยาสระผมเด็กจางๆ พอรู้สึกตัวอีกทีก็เผลอขยี้ผมอีกฝ่ายไปซะแล้ว แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แถมยังหัวเราะเหมือนชอบใจด้วยซ้ำ

                  ใบหน้าน่ารักตามประสาเด็กนั้นใสซื่อ คนเป็นพี่ชายมองภาพนั้นราวกับจะประทับไว้ในความทรงจำ

 

                “ยังไม่นอนอีกเหรอ ซาสึเกะ”

 

                คำถามของเขาลบรอยยิ้มชอบใจเมื่อครู่ ซาสึเกะรีบขมวดคิ้ว กอดอกจ้องเขาเขม็ง

 

                “ก็พี่ยังไม่กลับนี่!”

 

                อิทาจิยิ้มแหย เขาลุกขึ้นยืนพร้อมจูงมือน้องให้เดินเข้าไปในบ้าน “แต่นี่เป็นเวลาที่เด็กควรนอนแล้ว”

 

                “นี่ก็เป็นเวลาที่เด็กควรกลับบ้านนานแล้ว” ตัวป่วนยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อย่างที่คนเป็นพี่สงสัยนักว่าเด็กห้าขวบนี่ไปเรียนรู้การใช้คำพูดคำจาฟังดูแก่แดดมาจากไหน โชคดีที่มิโคโตะกอดอกเดินมาพอดี

 

                “เดี๋ยวเถอะ ซาสึเกะ! พี่เค้าเพิ่งทำภารกิจกลับมา อย่าไปป่วนเค้าสิ”

 

                “ผมไม่ได้ป่วน!!”ซาสึเกะรีบเถียง ก่อนหันไปกอดแขนคนเป็นพี่ “พี่อิทาจิไม่เคยบอกว่าผมเป็นตัวป่วนสักหน่อย!!”

 

                ก็ใครจะไปพูดได้ล่ะ...อิทาจิได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตัดสินใจพูดเบี่ยงประเด็นไป “ซาสึเกะ พี่กลับมาแล้ว นายก็รีบไปนอนได้แล้วล่ะ อากาศมันเย็น...เดี๋ยวไม่สบาย”

 

                เด็กชายฟังแล้วทำท่าอ้ำอึ้ง ซาสึเกะเหลือบมองคนตัวสูงกว่า ท่าทางเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ลังเล

 

  อิทาจิเลิกคิ้วเมื่อเห็นแก้มขาวๆนั่นเริ่มขึ้นสีระเรื่อ

 

                มือเล็กๆกำชายเสื้อเขาแน่นขึ้น ซาสึเกะไม่สบตาเมื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม “ยังไม่นอน...”

 

                “ซาสึเกะ...”คนเป็นพี่เริ่มทอดเสียงเข้ม ทำเอาน้องชายยิ่งทำแก้มป่องเหมือนเด็กโดนดุที่ไม่ยอมรับผิด อิทาจิมองท่าทางแสนดื้อนั่นด้วยแววตาอ่อนใจ นึกแปลกใจเมื่อมิโคโตะกลับเริ่มหัวเราะ

 

                ก่อนที่เขาเองก็แทบจะหลุดหัวเราะตาม เมื่อน้องชายพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

 

                “ผมจะรอซานตาครอส...”

 

+-+-+-+-+

 

                พรุ่งนี้เป็นวันคริสต์มาส

 

                อิทาจิโตเกินกว่าจะเชื่อว่าซานตาครอสมีจริง และเป็นนินจาที่ถูกคาดหวังจึงมีภารกิจมากมาย ไม่มีเวลาว่างไม่เว้นแม้แต่วันสำคัญแบบนั้น

 

                แต่ซาสึเกะไม่เหมือนกัน น้องชายของเขายังเด็ก และใสซื่อพอที่จะมีความเชื่ออย่างที่ตัวเขาเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเคยเชื่อแบบนั้นหรือเปล่า

 

                ยังเหลืองานมากมายที่ยังไม่ได้สะสาง ดังนั้นถึงแม้จะเป็นเวลาเกือบขึ้นวันใหม่ อิทาจิก็ยังไม่ได้เข้านอนตามที่ตัวเองบอกให้น้องชายไปนอน

 

                ทั้งๆที่ตามอายุสิบเอ็ดปี...เขาเองก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่แต่อย่างใด

 

                เสียงเคาะประตูดังขึ้น อิทาจิเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนเสียงเคาะจะเงียบลง และประตูก็ยังคงถูกปิดอยู่อย่างนั้น

                       

เขายิ้มบางโดยไม่รู้ตัว

 

                “เข้ามาสิ ซาสึเกะ”

 

                พอเขาพูดแบบนั้น ประตูจึงค่อยๆแง้มออก

 

                อิทาจิไม่หันกลับไปมอง นั่นทำให้เด็กชายค่อยๆย่องเข้ามาใกล้ ซาสึเกะกอดหมอนใบใหญ่ของตัวเองแล้วนั่งแหมะลงกับพื้น

 

                “นายยังไม่หลับอีก?”

 

                “...ผมรอซานตาครอส”ซาสึเกะยืนยันคำเดิมด้วยใบหน้าที่ดูก็รู้ว่ากำลังเขินจัด อิทาจิยิ้มบาง ก่อนกวักมือเป็นเชิงให้น้องชายเดินเข้ามาใกล้

 

                สีหน้าเด็กชายแจ่มใสขึ้น ซาสึเกะเผยยิ้มร่าเริงก่อนลุกขึ้นวิ่งเหยาะๆเข้าไปหา

 

                ก่อนจะทำหน้าเหย เมื่อโดนคนเป็นพี่จิ้มหน้าผากเข้าให้

 

                “ซานตาครอสไม่มาคืนนี้หรอก ซาสึเกะ”

 

                อิทาจิยิ้ม เสียงที่พูดนั้นเจือหัวเราะน้อยๆ

 

                ซาสึเกะทำหน้าบึ้ง ก่อนเบิกตากว้างเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ อิทาจิเลิกคิ้วเมื่อจู่ๆน้องชายก็เดินเข้ามาเกาะแขนพลางถามซื่อๆ

 

                “พี่ฮะ ซานตาครอสมีจริงใช่รึเปล่า”

 

                สำหรับคนเป็นพี่ชาย มันยากที่จะตอบคำตอบทำลายความฝันเด็ก ยิ่งคนเป็นน้องทำท่าคาดหวังจนเห็นประกายวาววับในดวงตา

 

                อิทาจิยิ้มบาง “นั่นสินะ...แล้วนายอยากได้อะไรจากซานตาครอสล่ะ”

 

                คนเป็นน้องทำตาโต รีบคิด ก่อนเอียงคอ “ผมอยากได้เวลา”

 

                “นายจะเอาเวลาไปทำอะไร”อิทาจิเลิกคิ้ว ก่อนนิ่งอึ้งเมื่อได้ยินคำตอบของน้องชาย

 

                “เอาไปให้พี่อิทาจิ...! ให้พี่ว่างมาเล่นกับผมเยอะๆ!!”

 

                ซาสึเกะหัวเราะด้วยความคึก คนพูดพูดตามประสาเด็ก แต่คำพูดนั้นเหมือนบาดลึกในหัวใจคนฟัง

 

                “ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยได้เล่นกับผมเลยนี่ อะไรๆก็บอกว่าภารกิจๆ ผมก็เหงาเป็นเหมือนกันนะ...”

 

                 ซาสึเกะตัดพ้อเล่นอย่างไม่จริงจัง แน่ล่ะว่าในประโยคนั้นหาความจริงจังไม่ค่อยได้ หากแต่เพราะเป็นประโยคซื่อๆที่ไม่มีการปรุงแต่งนั่นแหละที่ทำให้คนเป็นพี่ชายพูดอะไรไม่ออก

 

                อิทาจิมองน้องชายที่เขย่าแขนเขาเบาๆนิ่ง ซาสึเกะขมวดคิ้ว ถามโดยไม่รู้ความ

 

                “หรือว่าพี่ก็คิดว่าผมเป็นตัวป่วนเหมือนกัน”

 

                “ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก” อิทาจิรู้สึกขำปนเจ็บนิดๆกับคำถามที่ฟัง...แล้วก็ชักอยากจิ้มหน้าผากคนเป็นน้องอีกสักรอบ ติดที่ว่าหน้าผากขาวๆนั่นยังมีรอยแดง เพราะฉะนั้นเขาจึงยีหัวอีกฝ่ายแทน “แต่นี่เป็นเวลาที่นายควรนอนได้แล้วนะซาสึเกะ ถ้าซานตาครอสจะมา เขาก็จะมาพรุ่งนี้”

 

                “เขาจะมาจริงๆเหรอ!!”ซาสึเกะเบิกตากว้างอย่างกระตือรือร้น แก้มขาวเริ่มแดงด้วยความตื่นเต้น อิทาจิยิ้มบางกับภาพเด็กที่ทั้งดูน่ารัก...ในขณะเดียวกันก็แสนอ่อนแอ...

 

                “นั่นสินะ เขาอาจพา ‘เพื่อน’ มาเล่นกับนายก็ได้”

 

                ซาสึเกะพยักหน้ารัวๆอย่างคึกคัก เห็นดังนั้นอิทาจิจึงเสริม

 

                “แต่เขาคงไม่มาหาเด็กที่ไม่ยอมนอนนะ ซาสึเกะ”

 

                “งั้นผมก็จะนอน นอนแล้วครับ”ซาสึเกะรีบร้อง เด็กชายวางหมอนลงบนพื้นข้างๆพี่ชาย ก่อนเดินไปคว้าผ้าห่มจากที่นอนคนเป็นพี่มาปูบนพื้น

 

                อิทาจิเลิกคิ้วสูง เห็นดังนั้นซาสึเกะจึงยิ้มแหย

 

                “ผมนอนด้วยนะ”

 

                พูดจบก็รีบซุกตัวกับผ้าห่มราวพร้อมหนีจากคำหยอกล้อที่อาจตามมา อิทาจิหลุดหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อมองน้องชายที่ม้วนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มจนดูเหมือนเป็นดักแด้ ถึงแม้ในช่วงอากาศเย็นๆนั้นการนอนบนพื้นที่ไม่สบายนักจะทำให้ปวดหัวได้ แต่อิทาจิก็ตัดสินใจปล่อยให้ซาสึเกะนอนไปแบบนั้น เขาค่อยอุ้มอีกฝ่ายไปนอนบนที่นอนได้ทีหลัง

               

                “แล้วทำไมนายมานอนกับพี่ล่ะ”

 

                อิทาจิถามยิ้มๆ ก่อนยิ้มขำเมื่อซาสึเกะค่อยๆโผล่หน้ามาจากผ้าห่ม เด็กชายจับขอบผ้าห่มไว้ โผล่เพียงดวงตากลมๆที่ฉายประกายตลอดเวลา

 

                น้ำเสียงค่อนข้างอู้อี้...เห็นได้ชัดว่าเขินจัด

 

                “นึกว่าซานตาครอสจะมาวันนี้นี่...พวกเราจะได้พบเขาด้วยกันไง...”

 

                อิทาจินิ่งไป ก่อนยิ้มบาง

 

                ดวงตาที่มักฉายแววเย็นชาทอประกายอ่อนลง เด็กหนุ่มโน้มหน้าเข้าใกล้น้องชายที่ยิ้มซน ซาสึเกะหัวเราะเบาๆพร้อมหลับตาเมื่อคนเป็นพี่ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของเขาอย่างนุ่มนวล

 

                ความอบอุ่นแผ่ซ่านเต็มหัวใจ แม้แต่ความหนาวเย็นจากหิมะที่โปรยปรายข้างนอกก็ไม่อาจทำอะไรได้

 

                “ราตรีสวัสดิ์ฮะ พี่อิทาจิ”

 

                ซาสึเกะพึมพำเบาๆด้วยความงัวเงีย ใช้เวลาไม่นานเลยในการหลับสนิท ด้วยเพราะอันที่จริงตอนนี้ก็เลยเวลานอนของเด็กชายมานานแล้ว

 

                อิทาจิยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เชื่อว่าจะยิ้มให้ใครได้อ่อนโยนขนาดนี้อีก

 

                “ราตรีสวัสดิ์ ซาสึเกะ”

                 

 

tbc....มั้ง?

++++++++
 
 
........./เหม่อมอง
 
 
เพิ่งเห็นว่ามีฟิคนี้อยู่ในแฟ้ม...อ่า แต่งนานแล้ว....ประมาณต้นๆเทอมที่แล้วได้ แทบไม่เชื่อว่าเคยแต่งฟิคนี้มาก่อน แต่จากสำนวนและอารมณ์ในเรื่องก็พอเดาได้ว่าตัวเองเขียนแบบสั่วๆ 5555555
 
 
ไม่ได้ปรับแก้ เพราะอยากคงสำนวนที่เคยแต่งเอาไว้ แบบว่า...พอย้อนอ่านเยอะๆอีกทีจะได้เห็นพัฒนาการที่ไม่ค่อยมีน่ะ... เพราะงั้นถ้าอ่านแล้วรู้สึกกากๆก็ขอโทษนะคะ..
 
 
ฟิคอิทาซาสึแบบไทยรู้สึกน้อยเหลือหลาย แถมมีแต่ดราม่าซะส่วนใหญ่ *ร้องไห้* ไล่อ่านแบบอังกฤษจนเริ่มหมดสต็อกแล้ว จะอ่านญี่ปุ่นก็ไร้ความสามารถ...
 
 
........ถ้าใครช่วยหาฟิคหรือโดจินคู่นี้มาแบ่งปันกันมั่งจะดีใจมากเลย ;v;
 
 
ป.ล.มีใครยังอ่านคู่นี้มั่งมั้ย....
ป.ล.ล จริงๆจู่ๆก็นึกฉากต่อได้..แต่เป็นฉากสั้นๆที่ขี้เกียจพิมพ์... 
ป.ล.ล.ล.ขอบคุณค่ะที่ให้พื้นที่ได้เวิ่น TvT
 

อะ...อีกสัปดาห์เดียว!?

posted on 18 Feb 2012 11:58 by pla-otaku

อีกสัปดาห์เดียว

อีกแป้บเดียว(อีกอาทิตย์นึง) ก็จะจบม.4แล้วววววว! <ไม่ได้นับไฟนอลนะ/ฮา>

เร็วเป็นบ้าเลยว่ะค่ะ Sealed

ก็นะ พอจบม.4ก็ต้องย้ายห้อง อารมณ์ทำให้รู้สึกเหมือนโรงเรียนที่ญี่ปุ่นที่ต้องย้ายห้องทุกครั้งตอนขึ้นชั้นเลยล่ะ Embarassed

ศิลป์คำนวณมี5ห้อง...พอจะคุ้นหน้าคุ้นตาบางคนทั้งห้าห้องแล้วแหละ มีข่าวลือว่าห้องเราแรงที่สุด?จริงอะ??สายตาคนอื่นมองงั้น แต่สายตาพวกเราพวกเรารักกันนะ!

แต่ที่สำคัญที่สุด ...ต้องเปลี่ยนห้องที่เป็นความประทับใจแรกในเตรียมนี่สิ

ห้องนี้...แรงนะ แต่รักจริง

บางทีเวลาเรียนหลังห้องอาจไม่ตั้งใจแทบทุกคาบ (อย่างว่า เราก็เป็นเด็กหลังห้องนะ)

แต่รู้มั้ย...ที่หัวเราะได้อยู่ทุกวันที่มาโรงเงรียนเนี่ย เพราะห้องนี้นี่แหละ

แต่ละมุกที่เล่นมาแม่งโคตรขำ กวนอาจารย์ได้ตลกเป็นที่สุด

อาจไม่ใช่ศิษย์ที่ดีที่สุดในสายตาอาจารย์ (แหงล่ะ...นอกจากอ.ประจำชั้น อ.สอนอังกฤษตอนเทอมแรก ห้องเราก็ถูกอาจารย์เพ่งๆอยู่ล่ะค่ะ คึ)

แต่ในสายตาพวกเรากันเอง...พวกเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากจริงๆ

ที่สำคัญคือ...เรารักกลุ่มเรานะ

ประทับใจมากเลย

ใครทำงานไหนไม่ได้ก็จะช่วยกันแบบทุ่มกันช่วยจริงๆ

ดีใจจัง...

ได้หัวเราะด้วยกันมา ได้เรียนด้วยกัน ติวสอบซัมด้วยกัน โหยหวนเลขยากด้วยกัน...อยากบอกว่าเทอมแรกเราผ่านค่ะ!!แต่เทอมสองนี้ตกแบบดับ 55555

ทุกอย่างจะจบลงซะแล้ว

บางคนปีหน้าอาจได้ไปห้องคิงบ้างควีนบ้าง ห้องอื่นบ้าง ส่วนพวกกิฟต์ก็ไปห้องควีนกันสิบกว่าคน

แต่ยังไง ตอนรับน้องพวกเราก็จะมารวมตัวกันอีกอยู่ดี!!

จะได้ทำงานด้วยกัน รับน้องด้วยกัน

จะเป็นรุ่นพี่แล้วนะ!!

เห้ยย จะมีน้องรหัสแล้ว ดีใจจจจ

ที่สำคัญที่เพิ่งเจอก็คือ...ช่วยกันแชร์ส่งชีทสรุปติวสอบนั่นแหละ

ทั้งซัมทั้งไฟนอล เพิ่งเคยเห็นช่วยกันส่งชีทสรุปบ้างข้อสอบเก่าบ้างให้ทุกคนทางเมล์ ถึงบางอย่างจะเป็นของรุ่นพี่มาก็ตาม

รัก ลิ่วลิ่วเออร์ นะ

แน่นอนว่าพวกเราอาจได้เจอเพื่อนที่ดีเหมือนเดิมในอนาคต แต่เพื่อนที่ดีก็มาแทนที่กันไม่ได้หรอกนะ Dr.ใครสักคนในห้อง/โดนตบ

เวลาเป็นอะไรที่ผ่านไปเร็วจนน่าใจหายจริงๆนั่นแหละ

การพรากจากกันก็น่าใจหาย...

แต่ถ้าไม่ตายก็ได้เจอกันแน่นอนน!!

 

คราวนี้ต้องขอไปเที่ยวห้องให้ได้...ปีที่แล้วตอน 301 โดนห้ามแบบโคตรจะร้องไห้ แต่ในฐานะลูกที่ดีเลยต้องทำให้ครอบครัวสบายใจไปตามระเบียบ Frown

แต่คราวนี้เอาไงดีหว่า...

 

เอาเหอะ สอบเสร็จไปดูหนังเป็นอันดับแรก!!

จากนั้นก็ไปค่ายกิฟต์...น่าสนุก จะลากพี่รหัสมาจับเข่าดูดวงให้ ฮ่าๆๆๆๆๆ (พี่รหัสกิฟต์เราดูดวงแม่นมว้ากกก *A*)

 

สามปีในเตรียม...มันสั้นจริงๆแหละ :>

 

ไม่ดิ จะกี่ปีในที่ไหนมันก็สั้นทั้งนั้น...

มานี่ได้เจอคนแปลกใหม่เยอะแยะเลย

เด็กเรียนที่ไม่ใช่เด็กเรียน(เอ้ะ?)เด็กบ้ารั่วที่เรียนเก่งโคตร(จริงๆ) เด็กแรงแต่ถ้าเป็นเพื่อนแล้วก็มั่นใจได้เลย(ว่า?) เด็กเฮฮาตลกทะเล้นที่หาเรื่องกวนครูได้อย่างไม่หวั่น(เอ่อ..)และเด็กที่พูดเก่งโคตรๆ พูดแบบไม่เคยเห็นคนพูดเป็นขนาดนี้มาก่อน(ว้าว)

ในห้องเราน่าจะครบทุกอย่างเลยนะ

 อืม ได้ประสบการณ์อะไรหลายๆอย่างขึ้นเยอะด้วย กิจกรรมแหลกเลยล่ะ

ที่สำคัญคือ ตึกเรามีเรื่องหนุกๆอยุอย่าง

ลิฟต์~!!

ต้องเข้าใจนะว่าห้องเราอยู่ชั้น 6 ถ้าเดินขึ้นๆลงๆนี่นรกเลยล่ะค่ะ

(มีครั้งนึง...วันนั้นอยากเข้าห้องน้ำมาก แต่ว่าต้องทนเพราะอีกแป้บต้องออกไปรายงานกลุ่มหน้าห้อง แต่มันปวดท้องมากๆ เห็นว่ากลุ่มก่อนหน้าและอีกหลายๆกลุ่มคงอีกนานเลยตัดสินใจเผ่นออกนอกห้องโดยไม่ได้บอกครู<หลังห้องก็งี้แหละค่ะ..> แล้วอารมณ์วิ่งลง6ชั้นทั้งๆที่ปวดท้องแบบไม่ไหวแล้วนี่ นรกว่ะค่ะ/ฮา)

ถ้าขึ้นคนเดียวเราไม่กล้าค่ะ เพราะลิฟต์แคบ ดูน่ากลัว เคยมีรุ่นพี่เล่าตำนานลิฟต์เหมือนกัน แต่ก็ยังขึ้นกะเพื่อนกันสองคนบ่อยไป//ฮา

มีครั้งนึงที่เรากะเพื่อนเดินไปขึ้นลิฟต์ชั้นสอง แต่กดผิดลิฟต์เลยต้องลงมาชั้นหนึ่ง พอลิฟต์เปิดนั่นแหละ!อาจารย์ค่ะ!!คือฮามาก วิ่งหัวเราะออกจากลิฟต์เผ่นขึ้นบันไดกะเพื่อนเลย 55555555555 สรุปคือต้องเดินสองรอบ*ทุบโต๊ะ*

แล้วก็ต้องมีการแกล้งเพื่อน คึ

คือบางทีลิฟต์เต็มงี้ เพราะพุ่งเข้าใส่ลิฟต์ไม่ทัน เรากะเพื่อนก็จะรีบวิ่งไปดักกดลิฟต์ตามชั้นต่างๆ สะใจค่ะ!

แต่เล่นแบบนี้ใช่ว่าจะไม่โดนเอาคืนนะ มีเหมือนกันเรากะเพื่อนเข้าลิฟต์ได้แต่ลิฟต์ดันไปเปิดแต่ละชั้นเพราะเพื่อนๆที่ขึ้นไม่ทันแม่งวิ่งขึ้นบันไดด้วยความเร็วแสงไปกดดักไว้

หัวเราะตลอดทางเลยล่ะวันนั้น 55555

มีหลายอย่างนะที่อยากบันทึกไว้...แต่ขี้เกียจเขียน(อ้าว)

บันทึกไว้ในความทรงจำละกันนะ คึ

 

อา...จะว่าไป ก็มีความตั้งใจอยู่อย่าง

ม.5จะตั้งใจเรียนแล้วล่ะ

ตอนนี้ใช่ว่าจะตั้งใจนะ...ส่วนใหญ่ใช้วิธีอ่านก่อนสอบ ส่วนในห้องก็นะ

แถมเราก็อยู่หลังห้องด้วย ตอนเรียนห้องเราจะเป็นแบบนี้ค่ะ

หน้าห้อง<<เงียบ

หลังห้อง<<ยังกับตลาดนัด

เพราะงั้น...เพราะงั้น.......

ม.5ไงๆก็ต้องนั่งหน้าห้องให้ได้เลย!!!

เราอยู่หลังห้องตั้งแต่ประถมแล้วแฮะ จะว่าไป

สองปีที่ใส่ชุดนักเรียน ขอนั่งหน้าห้องล่ะวะ!คึก

 

301...คิดถึงนะ Money mouth

โลกความจริง.

posted on 10 Jan 2012 23:39 by pla-otaku
เมื่อสองเดือนที่แล้ว หน้าเอนทรี่ล่าสุดยังเฮฮา
 
...มาถึงช่วงปีใหม่ ปีนี้ไม่ได้ขึ้นพิษณุโลกแบบทุกครั้ง.
 
 
สัญญาตั้งแต่ม.2 ว่าจะโทรหาคุณตาทุกคืน
 
ก็...ผิดสัญญา
 
เพราะบางคืนก็ลืม...บางคืนก็ขี้เกียจ
 
 
แต่คุณตารอรับทุกคืน.
 
 
คุณตาชอบเล่นป้อกเด้ง...ลูกๆหลานๆมาก็ล้อมวงสนุกสนาน
 
เล่นกันนานสองนาน มีแต่เสียงหัวเราะ
 
แต่ฉันเป็นพวกผลุบๆโผล่ๆ เพราะเบื่อง่าย...
 
ไม่เหมือนน้องชาย. ไม่ได้นั่งติดที่ เล่นทุกตานานๆ
 
บางทีก็ผละไปนอกห้อง เล่นคอมบ้าง แต่งนิยายบ้าง
 
รู้สึกผิดนิดหน่อยที่ไม่ได้เล่นกับคุณตานานๆ แต่ก็คิดทุกครั้งว่า ไม่เป็นไร คราวหลังก็ได้
 
 
ตอนนี้...ไม่รู้จะมีคราวหลังหรือเปล่า?
 
 
ช่วงปีใหม่คุณตาเริ่มไม่สบาย...ช่วงนั้นมีกีฬาสี กลับบ้านดึก การบ้านเยอะ
 
ฉันก็ไม่ได้โทรหาคุณตา...โทรหาประมาณหนึ่งวันต่อสัปดาห์ได้
 
ทั้งๆที่สัญญาไว้ว่า...จะโทรหาทุกวัน
 
 
แม่ต้องไปดูแลคุณตา ช่วงนี้ฉันต้องซักผ้าเอง ทำงานบ้านเอง ซักของพ่อกะของน้องด้วย.
 
แต่ก็คิดว่า...ให้แม่ดูแลคุณตาดีกว่า
 
เดี๋ยวสงกรานต์จะไปเยี่ยม
 
ฉันกับน้องไม่ได้เล่นสงกรานต์ในกรุงเทพหรอก เพราะคุณตาจองตัว *หัวเราะ*
 
ท่านบอกว่า...ต้องมา พี่ๆน้องๆลุงป้าน้าอา สงกรานต์ต้องมา
 
สงกรานต์นี้ล่ะ...?
 
ให้มาก็ต้องอยู่รอนะคะ
 
ต่อจากนี้จะรักษาสัญญา จะไม่ผิดคำพูดอีกแล้ว ไม่ว่ากับใคร ไม่ว่ายังไง
 
จะโทรหาทุกคืน
 
ไปหาจะนั่งเล่นป้อกเด้งด้วยทุกตา
 
สงกรานต์ทุกปีจะมาหา
 
...รอนะคะ
 
........อยากพูดแบบนี้
 
คุณตากำลังใจเยี่ยมยอดมากกก มากกว่าลูกๆหลานๆอีก//ฮา
 
แต่จิตใจกับร่างกายก็คนละเรื่อง
 
หมอบอกมีแต่ทรงกับทรุด
 
ในอนาคตมีแต่ทรุดกับทรุด
 
เพราะฟอกไตไม่ได้...มะเร็งก็เป็น
 
ตอนเด็กฉันประทับใจคุณตานะ!เป็นทหาร!!หมากรุกก็ยอดด
 
..ยังไม่ได้ลองเล่นด้วยเลย
 
คุณตายังไม่ได้สอนเล่นดัมมี่ด้วย
 
 
 
อยู่นานๆนะคะ...ขอร้อง...
 
 
เข้าใจความรู้สึกมาซาฮิโระตอนเซย์เมย์เลย
 
แต่นี่ไม่ใช่นิยาย
 
...
 
 
 
 
//ร้องไห้
 
 
 
น้ำตาท่วมบล็อกแล้วมั้งนี่?
 
 
ระบายเฉยๆ
 
แต่ก็อยากเตือนใครก็ได้ที่เข้ามาอ่าน
 
 
อนาคตไม่มีใครรู้
 
ทำตัวดีๆกับคนที่เรารักตั้งแต่วันนี้ตอนนี้.ความรักไม่ใช่สิ่งที่ผัดวันประกันพรุ่งได้
 
 
จะได้ไม่เสียใจแบบฉัน.
 
 
จะร้องไห้วันนี้ครั้งสุดท้าย ตอนที่ผลยังอยู่.(ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา...เรื่องร้องไห้ก็ว่ากันอีกที)
 
 
จากนี้จะยิ้มม จะมองโลกแง่ดี
 
 
จะสวดมนต์ทุกวัน จะนั่งสมาธิทุกวัน.............
 
ไม่ว่าจะสอบ นอนดึกแค่ไหนก็จะทำ
 
 
คุณตาฉันน่ารักมากนะคะ
 
ช่วงนั้นฉันนอนดึกทุกวัน...โทรหาบ้างไม่หาบ้าง ตอนคุยก็คุยแบบส่งๆ ตาก็อ่านหนังสือไม่ก็จะหลับแหล่
 
ได้ยินคุณตาคุยแว่วๆว่าอ่านอะไรในหนังสือพิมพ์ เป็นข้อคิดดีๆ มีข้อนึงเกี่ยวกับการนอน เห็นฉํนนอนดึกก็จะส่งไปให้
 
ฉันก็รับฟังไปงั้นๆ
 
ใครจะรู้ว่าท่านตัดแปะส่งมาให้จริงๆ/ฮา
 
ฝากส่งมากับป้าค่ะ. คุณยายเล่าว่าคุณตานั่งตัดให้
 
ตอนนี้ฉันแปะไว้หน้าโต๊ะหนังสือในห้อง
 
จะเอาไปเคลือบ..
 
 
 
 
ไม่ไหวละ
 
 
 
เสาร์นี้จะรีบไปหา!รอนะคะ!!ต้องรอนะ!!!!!